ผมขอร่วมแชร์ความเห็นจากประสบการณ์อันน้อยมากๆของผม

การฝากเลี้ยงปลาบ่อดินไม่ว่าที่ไหนย่อมมีความเสี่ยงอยู่ด้วยครับ
แต่ที่แน่นอนคือต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
แต่ประเด็นของอาจารย์หมอน่าจะอยู่ที่สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
ในเรื่องของแร่ธาตุ และคุณภาพน้ำผมคิดว่าญี่ปุ่นจะได้เปรียบในเรื่องคุณภาพน้ำครับ
เพราะช่วงฤดูกาลของญี่ปุ่น ช่วงเวลาที่เขาเอาปลาลงบ่อดินเป็นช่วงฤดูร้อน
ซึ่งหิมะละลายทำให้น้ำดิบมีเยอะ ต่อมาก็ฤดูฝนซึ่งก็จะได้น้ำดิบเยอะ ซึ่งเหล่านี้ต่างจากเมืองไทย
จริงอยู่ที่เขตอบอุน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นการเผาผลาญของปลาจะดีกว่าอุณหภูมิต่ำ
ทำให้ในเมืองไทยสามารถให้อาหารได้ยาวนานกว่าญี่ปุ่น...แต่มันคงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าน้ำเลี้ยงไม่ดี
เราลองเลี้ยงปลาแบบไม่เปลี่ยนน้ำไม่ล้นน้ำดูสิครับ ปลามันไม่โตหรอกครับ...ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ปลาคาร์ฟ ปลาทอง และกลุ่มปลาไน ปลาตะเพียน มันมีฮอโมนควบคุมการเติบโตซึ่งละลายออกมา
ฮอโมนนี้ถ้าเราไม่เจือจาง ปลาจะไม่โต ผมอยากให้พวกเราทดสอบโดยการเลี้ยงปลาทองแบบเปลี่ยนน้ำเดือนละครั้ง
เปรียบเทียบกับการเลี้ยงปลาทองที่เปลี่ยนน้ำอาทิตย์ละครั้ง โดยซึ้อปลาครอกเดียวกันให้อาหารสูตรเดียวกัน ปริมาณอาหารเท่ากัน จำกัดพื้นที่เลี้ยงเท่ากัน
แล้วลองจดบันทึกสถิตดูนะครับ 3 เดือนก็เห็นผลแล้ว
จากกรณีศึกษานี้ ผมคิดว่าบ่อดินในไทย กับญี่ปุ่นต่างกันเรื่อง คุณภาพน้ำ และแร่ธาตุบางอย่าง ค่าใช้จ่ายในไทยน่าจะถูกกว่าญี่ปุ่นครับ
เรื่องเทคนิคในการเรื่องปลาจัมโบ้...ผมคิดว่าผู้ต้องขอความรู้จากอาจารย์หมอมากกว่าครับเพราะที่ปลาปลาไม่ใหญ่พอจะเรียกว่าจัมโบ้ครับ

แต่คิดว่าการดูและคุณภาพน้ำ การให้อาหาร รวมถึงการคัดเลือกปลามาเลี้ยง เป็นปัจจัยตั้งต้นสำหรับการเลี้ยงปลาให้มีอัตราการเติบโตที่ดีครับ
ปล.ถูกผิดขออภัยล่วงหน้านะครับ ผมประสบการณ์เรื่องบ่อน้อยจริงๆครับ